พวงกุญแจไฟฉายจิ๋ว my Monster

พวงกุญแจไฟฉายจิ๋ว my Monster

ห่างเหินจากการเล่นบล๊อคไปพักใหญ่ วันนี้คิดถึงอยากจะโพสอัพเดตกิจกรรมใหม่ที่กำลังลุ่มหลง กลับมาเจอว่า live เปลี่ยนมาเป็น wordpress คลำหาทางโพสอยู่หลายชั่วโมง – -‘

ลองโพสดูเลยละกันว่าจะออกมาเป็นยังไง ^^ งานอดิเรกชิ้นใหม่ค่ะ

Apple Crumble สูตรนี้ใช้ “ครีมงา” แทนเนยค่ะ



Apple Crumble สูตรนี้ใช้ "ครีมงา" แทนเนยค่ะ

อ่านตำรารวดเดียวมาจนถึงหมวดของหวาน อุตส่าห์แพ๊คอุปกรณ์เบเกอรี่เก็บไว้ชั่วคราว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ทำขนมเยอะไปหน่อย ตัวเลยกลิ้งได้ กลุกกลักๆ ^^ …  คุณเมกุมิใช้ "ครีมงา" แทนเนย แต่ต้องไปซื้อแถวเยาวราชเลยเชียว เจ้าครีมงาเนี่ย … เราก็เลยกูเกิ้ลดู จริงๆมันก็แค่งาบดผสมน้ำมันงานั่นเอง บดเองคงได้มั้ง ลองดูดีกว่านะคะ

ในตำราเค้าใช้กล้วยหอมทำ แต่ในตู้เย็นมีแอปเปิ้ลเขียว ขออนุญาติมั่วเหมือนเดิมค่ะ

ส่วนผสมฐานแอปเปิ้ล
– แอปเปิ้ลเขียว ๖ ลูก (ใช้ลูกเล็กจิ๋วเลยค่ะ) หรือ ๔ ลูกกลางๆ
– ลูกเกด ๓๐ กรัม
– มะเขือเทศแห้ง
๓๐ กรัม (ไม่มีก็ไม่ต้องค่ะ)
– น้ำเสาวรสเข้มข้น ๒ ช้อนโต๊ะ หรือน้ำผลไม้กล่องพร้อมดื่มอื่นๆ ๔ ช้อนโต๊ะ เลือกผลไม้ที่รสเข้มหน่อยค่ะ เช่นเสาวรส องุ่น หรือกระเจี๊ยบ
– น้ำเปล่า ๑ ช้อนโต๊ะ (ถ้าใช้น้ำผลไม้พร้อมดื่ม ไม่ต้องเติมน้ำเปล่าค่ะ)
– เกลือ ๑/๔ ช้อนชา

ส่วนผสมครัมเบิล
– งาขาวคั่วจนเหลืองหอม ๓๐ กรัม (ถ้าใครบดมือเหมือนกัน เติมเข้าไปอีกซัก ๑๐ กรัมค่ะ มันชอบกระเด็นหกหมด)
– น้ำเปล่า หรือน้ำมันงาแบบกลั่นเย็น ๒ ช้อนโต๊ะ (อย่าใช้น้ำมันงาแบบอาหารจีนนะคะ อันนั้นกลิ่นแรงไป ถ่้าไม่มี ใช้น้ำแทนค่ะ)
– แป้งสาลี ๓๐ กรัม
– ถั่วคั่วบดหยาบ ๕๐-๖๐ กรัม
– ซินนามอน ๑ ช้อนชา (แล้วแต่ชอบค่ะ ไม่ใส่ก็ได้)


เริ่มจากการปอกเปลือกแอปเปิ้ล แล้วหั่นเป็นเต๋าค่ะ ไม่ต้องเล็กมากนะ เดี๋ยวจะเละเกิน


ผัดแอปเปิ้ลกับน้ำเสาวรส หรือน้ำผลไม้อื่นจนสุกเหลืองด้วยไฟอ่อนๆ


ระหว่างรอแอปเปิ้ลสุก หันมาหั่นมะเขือเทศแห้งให้ชิ้นเล็กลงหน่อยค่ะ ใช้ของคุณฉุยก็ได้นะคะ มีขายที่ฟู๊ดแลนด์ ยี่ห้อนี้ไม่แพง ถ้าเป็นยี่ห้อนำเข้านี่จะแพงมาก! หั่นรวมไว้กับลูกเกดค่ะ


พอแอปเปิ้ลเราเหลืองดีแ้ว ก็เติมลูกเกดกับมะเขือเทศลงไปคลุกๆ แล้วพักไว้ให้เย็น


งาขาวเพิ่งคั่วนี่หอมน่ากินมากๆ ใส่ในครกญี่ปุ่นแล้วก็เริ่มบดเลยค่ะ ต้องระวังหน่อยเพราะครกเราเล็กกระจิดริด (ครกน้อยอันนี้ซื้อมาตั้งใจเอาไว้ทำน้ำจิ้ม วันนี้ต้องรับบทหนักกว่าทุกที) ^^



บดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่สามารถนะคะ ยิ่งละเอียดยิ่งดี … เสร็จแล้วก็เติมน้ำหรือน้ำมันลงไปบดๆต่อค่ะ (ต้องบดให้ได้ที่ก่อนนะ พอใส่น้ำแล้วมันบดไม่ค่อยได้)


ตักมาผสมกับแป้ง ถั่ว และซินนามอน คลุกๆ ให้เข้ากัน พยายามๆ บี้ๆ สับๆ ครีมงาไม่ให้จับตัวเป็นก้อนนะคะ


ตักแอปเปิ้ลใส่ถ้วยเตรียมเข้าอบค่ะ เสร็จแล้วก็โปะด้วยครัมเบิลที่ผสมไว้ด้านบน


อบที่อุณหภูมิ 200c ประมาณ ๒๐ นาที แล้วเอาออกมาพักไว้ให้เย็น เสร็จแล้วเอาเข้าตู้เย็นค่ะ (หรือใครจะทานร้อนๆ ก็ได้ค่ะ)



บ้านเราเมืองร้อน ขอกินคู่กับไอติมละกันนะคะ … แต่นี่ไม่ใช่ไอติมธรรมดาๆนะ มันคือไอติมยักษ์ หรือโยเกิร์ตทั้งถ้วยนั่นเอง ^^



ใครจะไปรู้ว่า งาขาวก็เอามาใช้แทนเนยได้ด้วย อร่อยดีเหมือนกันนะ (ใครเคร่งแมคโครมากๆ ขอแนะนำเป็นไอติมน้ำเต้าหู้แทนค่ะ) …

เห็นทีต้องไปซื้อครกบดใหญ่กว่านี้ซะแล้ว ยังมีอีกหลายเมนูน่าลอง กล้าชิมกันมั๊ยคะ … ถ้าเราแบ่งกันกินในนี้ได้จริงๆ คงดี :"D (แต่จานเนี๊ยะ หมดไปแล้วนะ พิมพ์ไป กินไป อิ่มจังค่ะ)

Vegan Sushi Set :: ซูชิมังสวิรัติแบบแมคโครไบโอติก



Vegan Sushi Set :: ซูชิมังสวิรัติแบบแมคโครไบโอติก

เปิดตำราแมคโครไบโอติกเจอคุณเมกุมิทำซูชิให้ดู เราก็นึกขึ้นมาได้ว่า มีอุปกรณ์พร้อมแล้วนี่นา ซื้อมาตั้งแต่ยังไม่กินมังฯด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากเครื่องปรุงที่มี ไม่เหมือนในตำรา … ซูชิเซทแรก เลยออกมาขำๆหน่อยนะคะ กะจะม้วนข้าวให้น้อยๆ ม้วนไปม้วนมา แท่งแรกข้าวอย่างเยอะ!

แล้วมิรินนะ อุตส่าห์กัดลิ้นตัวเองซื้อมาจนได้ คุณเมกุมิไม่ใส่ซะงั้น (แต่เนื่องจากอิชั้นซื้อมาแล้ว และเป็นเครื่องปรุงแบบแมคโครฯ ขอเหยาะเพิ่มลงไปหน่อยละกัน โถ่)

เริ่มด้วยการเตรียมข้าวนะคะ
– ข้าวญี่ปุ่น หรือข้าวหอมฯบ้านเรา แต่ต้องเป็นข้าวใหม่นะคะ ๑ ถ้วย
– แอปเปิ้ลไซเดอร์ ๓ ช้อนโต๊ะ
– น้ำตาลทรายแดง ๑ ช้อนโต๊ะ
– เกลือทะเล ๑/๒ ช้อนชา
– มิริน ๒ ช้อนโต๊ะ

ส่วนเครื่องซูชิวันนี้มี
– เต้าหู้เหลืองแบบนิ่ม
– เต้าหู้ชีส
– แตงกวาญี่ปุ่น
– ผักดองสามรส
– งาขาว
– คิโคแมน

ปิดตำรา แล้วเริ่มมั่วเลยค่ะ ^^


ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน คนให้ละลาย (เค้าให้ตั้งไฟอ่อนๆ แต่เว๊ปเอาก็ได้นะคะ หรือแค่คนๆให้ละลายก็พอ ส่วนผสมมันน้อย เสียเวลาล้างหม้อป่าวๆ) ข้าวนี่ควรจะหุงสุกใหม่ๆ และยังร้อนๆอยู่นะ


เทเครื่องปรุงคลุกกับข้าวให้ทั่ว แล้วเกลืี่ยๆ ผึ่งข้าว ทิ้งไว้ให้เย็นค่ะ


เต้าหู้เหลือง หั่นเป็นเส้นๆ หมักคิโคแมน (คิโคแมน ๒ ช้อนโต๊ะ / น้ำ ๑ ช้อนโต๊ะ) wrap ไว้ค่ะ


wrap เสร็จแล้ว เอาไปเว๊ปซัก ๑ นาที แล้วก็พักไว้ค่ะ (พักไว้ทั้งๆที่ wrap ก็ได้นะ เต้าหู้จะได้นิ่มๆ)


ส่วนเต้าหู้ชีส หมักแบบเปรี้ยวหน่อยค่ะ เครื่องปรุงก็จะมี
– มิริน ๑ ช้อนโต๊ะ
– แอปเปิ้ลไซเดอร์ ๑ ช้อนโต๊ะ
– คิโคแมน ๑ ช้อนโต๊ะ
– น้ำเปล่า
๑ ช้อนโต๊ะ


ผสมน้ำหมักเข้าด้วยกัน แล้วแช่เต้าหู้ชีสทิ้งไว้ซักครู่


แตงกวาหั่นเป็นเส้นๆค่ะ ส่วนผักดอง ต๊อบหั่นเป็นท่อนๆไว้ตั้งแต่ดองแล้วค่ะ (สูตรผักดองแบบแมคโครไบโอติก คลิกไปดูได้ค่ะ)


เตรียมเครื่องปรุงพร้อมแล้ว เริ่มเลยดีกว่านะ


แท่งแรก ขอแบบเต้าหู้ล้วนก่อนเลย


แท่งนี้ รวมๆค่ะ


ม้วนแท่งแรก ข้าวเยอะไปหน่อย กลิ้งไปติดมู่ลี่น้อยเต็มเลย ถ่ายรูปมาได้แค่นี้จริงๆค่ะ ขั้นตอนการทำมันทุลักทุเลน่าดู ข้าวติดเต็มมือ แต่สนุกดีค่ะ มั่วๆ ม้วนๆ กันไป ^^


ม้วนไปม้วนมา สาหร่ายหมด มั่วต่อเป็นข้าวปั้นหน้าเต้าหู้ หน้าผักดองไปเรื่อยเลยค่ะ ^^ การทำซูชิมันสนุกตรงนี้นี่เอง

พอไหวมั๊ยค่ะ ซูชิเซทแรกในชีวิต (ขนาดไม่เท่ากันซักคำ แฮะๆ) แต่สุดท้ายแล้ว เจอโชยุกับวาซาบิเข้าไป ก็หมดเกลี้ยงค่ะ หุหุ

ผักดองสามรส :: แมคโครไบโอติก

ผักดองสามรส [สูตรแมคโครไบโอติก] …

ก่อนแสตมป์นายอินทร์จะหมดอายุ ได้ตำราอาหารเล่มใหม่มาค่ะ เป็นสูตรอาหารแบบแมคโครไบโอติก เข้ากับการกินมังสวิรัติช่วงนี้พอดี เคยทำผักดองสามรสด้วยน้ำส้มสายชูใสแจ๋วไปแล้ว วันนี้ลองใช้ apple cider ดูบ้าง ออกมาหอมอร่อยเหมือนกันเลยค่ะ สีอาจจะหม่นๆหน่อย เพราะน้ำสัมแอปเปิ้ลไม่ใสแจ๋วเหมือนน้ำส้มกลั่นทั่วไปนะคะ

ผักวันนี้ เรามี
– แครอท ครึ่งหัว
– หัวไชเท้า ครึ่งหัว
– แตงกว่าญี่ป่น หนึ่งลูก
– พริกชี้ฟ้าแดง ๑ เม็ดยักษ์ (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
– หอมแขก ๒ หัวย่อมๆ (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
*ได้ผักปลอดสารจากเลมอนด์ฟาร์มค่ะ

ส่วนผสมน้ำดอง
– แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือน้ำสัมหมักจากแอปเปิ้ล ๑ ถ้วย
– เกลือทะเล ๑ ช้อนโต๊ะ
– น้ำตาลทรายแดง ๑/๒ ถ้วย
– น้ำเปล่า ๑/๒ ถ้วย
– เครื่องเทศแล้วแต่จะลอง คราวนี้ลอง โป๋ยกั๊ก ใบกระวาน แล้วก็โรสแมรี่ค่ะ ชอบกลิ่นไหน ใส่เลยค่ะ (ดมๆดูนะคะ)

ลงมือค่ะ


หั่นผักเป็นท่อนๆ เป็นแว่นๆ เป็นเส้นๆ ยังไงก็ได้ค่ะ แล้วแต่ชอบ ส่วนหอมแขกผ่าสี่ หรือผ่าหก พริกชี้ฟ้าเอาเม็ดออกแล้วหันแฉลบๆค่ะ


โรยเกลือทะเลซัก ๑ ช้อนชา


เติมน้ำพอปริ่มๆ แช่ไว้ซักพักค่ะ (ประมาณ ๕ นาที)


ใช้หม้อสแตนเลส ต้มน้ำดองนะคะ อย่าใช้อลูมิเนียมค่ะ น้ำส้มมีฤทธิ์เป็นกรด (ใครมีหม้อแก้วทนไฟ จะยิ่งดีค่ะ) ใส่ทุกอย่างลงไป ตั้งไฟอ่อนๆ ต้มพอให้น้ำตาลละลาย แล้วก็ทิ้งไว้ให้เย็นค่ะ ดมดูกลิ่นจะฉุนมาก ชิมดูนะคะ ใครชอบหวานเติมน้ำตาลเพิ่มเลยค่ะ สูตรนี้ออกจะเปรี้ยวซักหน่อย


กรองผักออกจากน้ำเกลือ แล้วสะเด็ดให้แห้งค่ะ (ใช้ผ้าขาวบางซับก็ได้ เอาให้แห้งๆ หน่อยค่ะ อย่าให้แฉะ)


ใส่ผักลงในขวดแก้ว (ต้องเป็นขวดแก้วนะคะ ห้ามใช้กล่องพลาสติกเด็ดขาด เพราะน้ำดองเราเป็นกรดอ่อนๆ)


พอน้ำดองเย็นดีแล้ว กรองใส่ขวดผักเลยค่ะ  จะท่วมหรือไม่ท่วมผักก็ได้ ปิดฝาให้สนิท คืนนึงก็กินได้แล้วค่ะ (น้ำดองนี่ให้ท่วมอย่างน้อยซักครึ่งนึงของผักนะคะ หาขวดที่ขนาดพอดีๆกับผักเราค่ะ)

ทำทีละน้อยๆก่อน ลองไปเรื่อยๆค่ะ เดี่ยวเราจะเจอสูตรที่ชอบเอง ผักดองนี่ นอกจากจะกินแกล้มกับอาหารอื่นแล้ว เอาไปประยุกต์ทำเมนูอื่นได้อีกเยอะนะคะ ไว้วันหลังจะเอาเมนูจากผักดองมาฝากค่ะ

my Stink Kimji :: กิมจิฉุนๆ สูตรนี้เฉพาะคนชอบกระเทียมนะคะ

my Stink Kimji :: กิมจิฉุนๆ สูตรนี้เฉพาะคนชอบกระเทียมนะคะ

อลังการงานสร้างมากๆ ทำกิมจิคราวนี้ เริ่มจากทำผิดฤดู มาทำเอาตอนผักแพงมากถึงมากที่สุด สนนราคากิมจิกะละมังนี้ เฉพาะค่าผัก ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยบาทแน่นอน – -" แต่ก็ยังถูกกว่าซื้อเค้ากินเนาะ กลิ่นแรงถูกใจกว่าด้วย ชิชะ ^^ … ไปได้สูตรนี้มาจาก True Explore 2 ค่ะ รายการ "ท่องแดนกิมจิ" ดูสาวๆเกาหลีทำแล้วก็อยากเล่นมั่ง ทำผิดทำถูกไปสามสี่หน (ฟาดเรียบทุกหนนะคะ ไม่เคยทิ้ง อุอุ)

ทำคราวนี้ เห็นทีต้องจดสูตรไว้บ้าง ทำคราวหน้ามือจะได้นิ่งๆซะที เผื่อเอาไปฝากใครเค้าได้ไม่ต้องลุ้น ^^

สูตรนี้หนักกระเทียมหน่อยนะคะ
– ผักกาดขาว ๒ กิโล (๔ หัว เลือกก้านอวบๆ จะได้กิมจิกรอบอร่อยค่ะ)
– หัวไชเท้า ๑ กิโล ( ๓ หัวค่ะ ใครชอบกิมจิหัวไชเท้า ซื้อเพิ่มอีกซักหัวค่ะ)
– เกลือทะเล ๑ ถุงครึ่ง (ประมาณ ๑ ถ้วยค่ะ)
ใช้เป็นเกลือเม็ดหยาบหน่อยจะดีกว่าเกลือเม็ดละเอียดจิ๋วนะคะ
ควบคุมปริมาณง่ายกว่า

– ต้นหอม ๑๐๐ กรัม (ก็หนึ่งแพ๊คของผักดอกเตอร์เค้าหน่ะค่ะ)
– กระเทียม ๒๐๐ กรัม
– ขิงดอง
๕๐ – ๖๐ กรัม
– กุ้งแห้ง ๖๐ – ๗๐ กรัม
– พริกชี้ฟ้าแดง ๑๐๐ กรัม (ใครไม่มีพริกชี้ฟ้าแห้ง ซื้อเพิ่มอีก ๑๐๐ กรัมค่ะ)
– พริกชี้ฟ้าแดงป่น ๕๐ กรัม (ประมาณ ๓/๔ – ๑ ถ้วย)
– น้ำตาลทรายแดง
๒๐ – ๓๐ กรัม
– น้ำปลา ๓ – ๔ ช้อนโต๊ะ

อ้อ! อย่าลืม ถุงมือพลาสติก ๑ – ๒ คู่ กะละมังที่เหม็นได้ แล้วก็กล่องพลาสติกเข้าตู้เย็นที่เหม็นได้เช่นกันค่ะ ^^

ทำกิมจินี่ใช้เวลานานใช้ได้ เพราะฉะนั้น ทำไปเลยทีเดียวเยอะๆค่ะ
– หมักผักครั้งแรก ประมาณ ๓ – ๔ ชั่วโมง
– หมักเครื่องกิมจิ ประมาณ ๑ – ๒ ชั่วโมง
– หมักกิมจิอุณหภูมิห้อง ๑ คืน
– หมักต่อในตู้เย็นอีก ๓ – ๔ วัน (อันนี้แล้วแต่ชอบแล้วค่ะ ยิ่งนานมันก็จะเปรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง)

เริ่มเลยดีกว่า…


ผักกาดขาวผ่าครึ่งค่ะ ไม่ต้องตัดหัวทิ้งเลยนะคะ เดี๋ยวเราค่อยตัดทิ้งตอนจะกิน เก็บไว้ให้มันยึดเหนี่ยวกันก่อน ล้างเยอะๆ แล้วสะบัดๆให้แห้ง (ถ้าใช้แบบปลอดสารก็อุ่นใจขึ้นมาหน่อย^^)


เกลือ…เทใส่ถ้วยไว้ให้หยิบจับง่ายๆ
สาดเกลือใส่ผักกาดไป
ทีละชั้น กะว่าให้ทั่วถึงค่ะ
เราต้องกะปริมาณเกลือให้พอดีๆ กับผักทั้งหมด เพิ่มเติมได้นิดหน่อย ไม่ซีเรียสค่ะ


โรยเกลือเสร็จแล้วเรียงใส้หม้อ หรือกะละมัง แล้วคลุมด้วยพลาสติกไว้ค่ะ (ใครเกลือเหลือจากด้านบน ก็โรยๆลงไปค่ะ) เริ่มจับเวลา อีกซัก ๔ ชั่วโมงก็เปิดได้


วันนี้อยากกินกิมจิหัวไชเท้าด้วย หั่นเป็นเต๋าโตๆ แล้วโยนใส่หม้อข้างบนไปด้วยค่ะ ไม่ต้องคลุกเกลือ ส่วนที่เหลือหั่นเป็นท่อนประมาณ ๒ นิ้ว แล้วขูดเป็นเส้นๆค่ะ (บางคนขูดท่อนเล็กๆไม่ถนัด ก็ขูดยาวๆแล้วมาหั่นเอานะคะ คือเราต้องการเส้นหัวไชเท้าประมาณ ๒ นิ้วหน่ะคะ)


ต้นหอม…หั่นเป็นท่อนๆ ตรงหัวหั่นครึ่งซะหน่อยค่ะ ใส่รวมไว้กับหัวไชเท้า


ขิงดอง…ซอยเป็นเส้นๆเช่นกัน


กุ้งแห้ง…ปั่นให้ละเอียดค่ะ


กระเทียม…ปั่นต่อจากกุ้งแห้งเลยค่ะ (ได้หลานๆ มาช่วยหั่นกระเทียม อยากหยิบ อยากจับไปซะทุกอย่าง อิอิ :")


พริกชี้ฟ้า…เอาเม็ดออก หั่นเป็นชิ้นๆ แล้วปั่นให้ละเอียดค่ะ (อันนี้หลานๆกลัว หนีไปเล่นอย่างอื่นแล้ว ^^) อ้อ! อย่าลืมใส่ถุงมือนะคะ ขั้นตอนพริกๆเนี่ย ไม่งั้นมือจะร้อนผ่าวไปอีกนาน


พริกชี้ฟ้าแดงแห้ง น้ำตาล น้ำปลา ชั่งตวงแล้วก็ใส่รวมไปเลยค่ะ


คลุกกันเลยโล๊ด คลุกๆ ขยำๆ ให้เข้ากัน … คลุกไปคลุกมาเจอหัวไชเท้าหลงอยู่ท่อนนึง ต้องขูดใหม่ เสียถุงมือไปหนึ่งข้างเลย ขูดเอาถุงมือตัวเอง  – -"


คลุกๆจนน้ำมันเริ่มออกมาหน่ะค่ะ ตอนแรกทุกอย่างจะแห้ง พอเราคลุกไปคลุกมา มันจะแฉะขึ้นเรื่อยๆ รวมๆไว้เป็นก้อน แล้วแหร๊บไว้สักพัก (บางตำราเค้าก็เอาไปทาผักเลย แต่ผักเรายังไม่ได้ ขอทิ้งไว้ก่อนละกันนะคะ)


ครบ ๔ ชั่วโมง…ผักเหี่ยวดีแล้วค่ะ บีบน้ำเกลือทิ้งได้เลย ผักไม่กรอบหักแล้ว … บีบเหมือนบิดผ้ากันเลยทีเดียว ^^


ขั้นตอนนี้ หากะละมัง หรือถาดก้นลึกๆ มาทำนะคะ จะได้ไม่เละเทะ … ละเลงเครื่องกิมจิที่เราหมักไว้ไปตามใบค่ะ ทำเป็นชั้นๆ จากใบนอกเข้ามาใจผักค่ะ (เหมือนตอนสาดเกลือ) โปะๆไปเรื่อยๆ


ตรงใจผักก็โปะไว้เยอะๆหน่อย เสร็จแล้วก็ทบๆใบ รวบเครื่องกิมจิเราไว้ค่ะ (งงมั๊ยคะเนี่ย อธิบายยากจัง) เอ่อ…ทำยังไงก็ได้ให้มันออกมาเป็นก้อนประมาณนี้แล้วกันนะคะ ให้เครื่องที่เราโปะไว้ไม่หลุดออกมาเป็นพอ ไม่รู้จะอธิบายยังไง หมกๆเครื่องกิมจิเราไว้ข้างในหน่ะค่ะ – -"


โปะๆ หมกๆ จนครบทุกอัน เรียงใส่กะละมังไว้ก่อนค่ะ กะละมังนี่ลึกหน่อยก็ดีนะคะ เดี๋ยวน้ำมันจะออกมาเยอะเลย … แหร๊บไว้ค่ะ แหร๊บให้แน่นอย่าให้อากาศเข้าได้ (ใครจะใส่ไว้ในกล่องก็ได้นะคะ) พักไว้นอกตู้เย็นซักหนึ่งคืน


ตื่นเช้ามา บวมขึ้นมาใหญ่เลย แก๊สมันออกมาหน่ะค่ะ … แกะพลาสติกออก น้ำนองเต็มตลิ่งเลยค่ะ


ชิมดูแล้ว ยังเหม็นกระเทียมไม่สะใจ ขอหั่นกระเทียมโรยเพิ่มหน่อยค่ะ (อีกหนึ่งหัวยักษ์) คราวนี้เรียงใส่กล่องพลาสติก เทน้ำทิ้งไปบ้าง แล้วก็เอาเข้าตู้เย็นค่ะ

สองวันผ่านไป … (ชิมไปหนึ่งก้อนเล็ก)

สามวันผ่านไป … (ชิมไปอีกหนึ่งก้อนใหญ่)

วันที่ ๔ รสชาติลงตัวที่ซู๊ดดดดด กินกับข้าวสวยร้อนๆนี่สุดยอดค่ะ แต่ถ้าใครชอบกิมจิรสเปรี้ยว อาจจะต้องหมักนานอีกหน่อยนะคะ (บางคนเค้าก็บีบมะนาวเพิ่มรสชาติแบบไทยๆลงไปค่ะ) แต่จริงๆ คนเกาหลีเค้ากินกิมจิรสเค้มนะคะ เรียกว่าเค้มและฉุนไม่เหมือนกิมจิตามบุฟเฟ่บ้านเราแน่นอน … เวลากินก็หั่นแกนผักทิ้งไปค่ะ กินจากอันข้างล่างก่อน

!!! แต่ที่สำคัญเวลาเอากล่องออกมา ต้องรีบเอากลับไปแช่นะคะ อย่าให้มันเปลี่ยนอุณหภูมิบ่อย จะเสียเอาได้ค่ะ !!!

ย้ำอีกครั้งนะคะว่า สูตรนี้สำหรับคนชอบกระเทียมเท่านั้นนะคะ ส่วนใครไม่ชอบ เห็นทีต้องลดกระเทียมลงไปซักครึ่งนึงค่ะ

ราเมน”เกี้ยวกุ้ง”กับพอนสึแซ่บๆแบบไทย



ราเมน"เกี้ยวกุ้ง"กับพอนสึแซ่บๆแบบไทย

ตกลงว่าชาติไหนกันแน่เนี่ยมื้อนี้ ไทย-จีน-ญี่ปุ่น ควบในชามเดียวกันซะงั้น … ตอนแรกตั้งใจจะทำเกี้ยวน้ำ กินกับน้ำส้มพริกดองธรรมดาๆเลยค่ะ ไปๆ มาๆ คนข้างๆหน่ะซี้กลัวจะไม่อิ่ม บอกจะเอาเส้นด้วย เส้นที่มีก็มีแต่เส้นราเมน ของฝากจากญี่ปุ่นที่ตั้งใจว่าจะทำโซรุราเมนกินเร็วๆนี้ เห็นทีต้องใช้ราเมนแทนซะแล้ว (ถ้าใช้เส้นมาม่า เกี้ยงกุ้งไฮโซเราจะลดระดับลงมาซะเป่าๆ)

ส่วนผสมเกี้ยวกุ้งนะคะ (สำหรับแผ่นเกี้ยว ๒ ห่อ)
– หมูสับประมาณ ๑๐๐ กรัม
– กุ้งสด ๑๐ กว่าตัว
– ไข่ไก่ ๑ ฟอง
– ต้นหอม ๓-๔ ต้น
– กระเทียม ๔-๕ กลีบใหญ่
– พริกไทย, เกลือ นิดหน่อย
– แป้งมัน ๑ ช้อนโต๊ะ
– แผ่นเกี้ยว ๒ ห่อ

นอกจากนี้ก็ยังมี
– ผักกวางตุ้ง ๑ แพ๊ค
– เส้นราเมน ๑ กำ
– ซุปก้อนหมูและไก่แบบไม่ใส่ผงชูรส อย่างละ ๑ ก้อน
– เต้าหู้ขาว
– ต้นหอมญี่ปุ่น
– น้ำจิ้มพอนสึหรือปอนสึ (ใครไม่มีก็ใช้โชยุผสมน้ำส้มบ้านเราก็ได้ค่ะ)
– พริกขี้หนู กระเทียม ต้นหอมสับ และที่ขาดไม่ได้คือมะนาวค่ะ


เริ่มด้วยการลวกกวางตุ้งก่อนเลยค่ะ ลวกในน้ำเดือดผสมเกลือ พอสุกล้างด้วยน้ำเย็น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำค่ะ


ผสมเครื่องเกี้ยวในเครื่องปั่น ช่วยให้ไส้เหนียวขึ้นค่ะ ก็ผสมลงไปทั้งหมด ยกเว้นกุ้ง มีหมู ไข่ กระเทียม เกลือ พริกไทย ต้นหอมส่วนหัว และแป้งมัน


ปั่นผสมจนเข้ากันดี ักออกมาผสมกับต้นหอมส่วนที่เหลือ


ว่าจะถ่ายรูปตอนห่อเกี้ยวมาให้ดู ปรากฏว่ามือเลอะเทอะไปหมด ก็คือนอกจากไส่หมูด้านบนแล้ว ใส่กุ้งไปด้วยค่ะ (กุ้งใครใหญ่มากก็หั่นให้ห่อได้นะคะ) … ส่วนอันนี้เป็นราเมน ๑ กำ แพ๊คนึงมันมี ๓ กำหน่ะค่ะ อีก ๒ กำว่าจะทำโซรุราเมนเล่นเร็วๆนี้ :")


เส้นราเมนนี่ลวกในน้ำเดือดผสมเกลือเช่นกันค่ะ เสร็จแล้วล้างน้ำเย็นแล้วสะเด็ดให้แห้ง


หม้อซ้าย หม้อน้ำซุปค่ะ … ส่วนหม้อขวา หม้อลวกเกี้ยว (ต๊อบไม่ลวกเกี้ยวในหม้อซุปค่ะ ไม่ชอบให้แป้งจากเกี้ยวลงไปในซุป)


ระหว่างรอน้ำซุปและเกี้ยวสุก ก็หันมาจัดชามได้เลย วางเส้นกับกวางตุ้งลงไปค่ะ … พอเกี้ยวสุกก็ช้อนมาใส่ในชาม โรยด้วยต้นหอมนิดหน่อย


ราดด้วยน้ำซุป โรยสาหร่ายนิดหน่อย พอให้สวยงาม (คือจริงๆซื้อ"เด็กเส้น"มากินเล่น แต่มันไม่อร่อย เลยเอามาโรยเล่นซะเลย ^^) เวลากินนะคะ ราดเกี้ยวด้วยพอนสึแซ่บๆ กัดไปงี้ โอ้ย อยากจะบ้า

น้ำจิ้มพอนสึ ที่บ้านชอบปรุงแบบไทยค่ะ คือนอกจากมันจะเปรี้ยวด้วยน้ำส้มแล้ว เราก็เติมกระเทียม พริกขี้หนู ต้นหอมสับลงไป และที่ขาดไม่ได้คือมะนาวค่ะ บีบมะนาวลงไปอีกหน่อย โอ้ย สุดยอดดดด … ทำกินเป็นมื้อเที่ยงควบบ่ายเมื่อกี้ แต่เห็นทีจะอิ่มไปถึงเย็น

Chicken Sauce Something… ไก่อบซอสอะไรซักอย่าง :”)



Chicken Sauce Something… ไก่อบซอสอะไรซักอย่าง :")

อยู่ๆ คนข้างๆก็อยากกินไก่อบซอสขึ้นมา บอกให้ทำให้กินหน่อย หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่รู้ ไม่เคยกินเลยค่ะ เค้าบอกว่ามันเค้มๆ ไม่มีผัก ไก่ล้วนๆ มีน้ำดำๆ ขลุกชลิกๆ … เราก็เสริชดู เจอไก่อบซอสเยอะมาก แต่ไม่เจอที่ใช่เลยซักอัน คิดในใจว่ามันน่าจะคล้ายๆหมูพะโล้ หรือขาหมูอะไรประมาณนั้นนะ

ลงมือเลยดีกว่า ได้เวลากวาดล่้างตู้เย็นพอดี (ขอใส่ผักด้วยละกัน)
– ไก่สะโพก (ติดหน่องด้วยก็เยี่ยมค่ะ) ๔ สะโพก
– หอมใหญ่ ๓-๔ หัว

– มะเขือเทศ ๓-๔ หัว
– แครอท ๑ หัวยักษ์
– กระหล่ำปลี ๑/๒ หัว
– น้ำซุปหรือน้ำเปล่า

เครื่องหมัก
– เกลือ
– พริกไทย
– กระเทียม
– อบเชย
– รากผักชี
– ซอสต่างๆที่มี (น้ำมันหอย, ซีอิ้วดำหวาน, ซีอิ้วขาว, โชยุ ประมาณนี้ค่ะ)

น้ำจิ้มรสแซ่บ ^^
– เกลือ
– พริกขี้หนู
– กระเทียม
– มะนาว และน้ำส้ม


ไก่ล้างแล้ว ซับให้แห้ง พักไว้ก่อนค่ะ (รื้อเจอสันในไก่ เลยจับมาหมักรวมไปด้วยเลยค่ะ) ส่วนผักล้างแล้วหั่นท่อนโตๆ ทิ้งไว้ก่อนเช่นกัน
ค่ะ


เครื่องหมักตำรวมกันเลยค่ะ ยกเว้ยอบเชย อบเชยหักเป็นท่อนๆ เอาค่ะ


ไก่หมักทิ้งไว้ซัก ๑๕ นาทีเป็นอย่างน้อยนะคะ


หมักได้ที่แล้ว เอาไปทอดค่ะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย ทอดให้ด้านนอกเหลือง ด้านในไม่ต้องสุกหรอกค่ะ เน้นด้านนอกให้เหลือง หนังเริ่มกรอบ


ทอดเสร็จแล้ว เอามาเคี่ยวในหม้อพร้อมผักเลยค่ะ เครื่องหมักในกระทะกวาดลงหม้อให้หมดค่ะ ต้มไฟกลางๆให้เดือซักพัก แล้วหรี่มาที่ไฟอ่อน หมั่นช้อนฟองออก ชิมให้รสเข้มหน่อย เติมซอส เติมเกลือเอานะคะ ต้มไปซักพัก น้ำจะหวานขึ้นเรื่อยๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆค่ะ ใจเย็นๆ น่าจะซักชั่วโมงครึ่งได้กว่าน้ำจะเริ่มงวดและเข้าเนื้อเข้าหนัง


ไก่เกือบได้ที่แล้ว หันมาทำน้ำจิ้มก่อนดีกว่า ตำพริก กระเทียม และเกลือ แล้วเติมเปรี้ยวด้วยน้ำส้มและมะนาว ใส่ผักชีลงไปอีกหน่อย แค่นี้น้ำจิ้มก็แซ่บจะแย่แล้วค่ะ

โรยผักชีตู้มๆจะยิ่งอร่อยมาก แต่ช่วงนี้ผักชีแพงมากถึงมากที่สุด ซื้อมาล่าสุดที่ฟู๊ดแล้นค์ ๕ ต้นจิ๋ว ๒๐ กว่าบาท! แต่ก็ต้องซื้อเพราะต้องใช่้รากมัน คิดซะว่าอุดหนุนเกษตรกรละกันนะคะ เวลาถูกมันก็ถูกเว่อร์เหลือเกิน เฉลี่ยๆกันไปค่ะ

เมนูพวกนี้ ยิ่งเคี่ยวยิ่งเข้าเนื้อ ยิ่งอร่อยเนอะ … ยิ่งข้ามคืนนี่ไม่รู้เป็นไง เข้าที่เข้าทาง กินเกลี้ยงทุกที

พอดีว่าลองทำดูหน่ะค่ะ ปรากฏว่าถูกใจคนอยากทาน เลยกล้าเอามาให้ชิมกันค่ะ

GreenTea Choc-Chip “Soft Cookies”

GreenTea Choc-Chip "Soft" Cookies :: คุ๊กกี้นุ่มนิ่มหอมกรุ่นกลิ่นชาเขียวมาแล้วค่ะ

ในที่สุดก็ทำคุ๊กกี้ออกมานิ่มกับเค้าซักที ต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้กับสูตรและ tips จาก allrecipes.com ค่ะ
สูตรนี้น่าจะเป็นสูตรคุ๊กกี้ที่คนเซฟกันเยอะมากถึงมากที่สุดเลยนะคะ ต้นตำรับเป็น choc chip cookies
แต่ไม่วายขอพลิกแพลงเล่นนิดหน่อย ด้วยการเติมชาเขียวลงไปในสูตรด้วยค่ะ พอดีมีผงชาเขียวอยู่
ชงกินอย่างเดียวเกรงว่าจะหมดอายุซะก่อน ขอเอามาทำขนมด้วยดีกว่า

ตามลิงค์นี้ไปดูสูตรต้นตำรับได้เลยค่ะ "Award Winning Soft Chocolate Cookies"

ส่วนสูตรนี้ ทำแค่ครึ่งสูตรเค้านะคะ และก็ปรับเพิ่มเติมตาม tips ที่คนอื่นๆให้ไว้ บวกกับความซนส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ
All Purpose Flour : 2 1/4 cup
Baking Soda : 1 tsp
Baking Powder : 1 tsp
Salt : 1/4 tsp
Brown Sugar : 3/4 cup (packed)
White Sugar : 1/3 cup
Vanilla Pudding : 1 pack
Egg (no.0) : 2 eggs
Green Tea : 3 Tbsp
Hot water : 2 Tbsp
Green color : 1 tsp
Dark Choc Chip : 2 cup

อบที่ 375F / 175C นะคะ ประมาณ 10 นาที (อันนี้ให้จับตาดูถาดแรกให้ดีค่ะ)


เริ่มด้วยการเตรียมส่วนผสมของแป้ง ร่อนแป้ง + baking soda + baking powder + เกลือ รวมกัน แล้วพักไว้



ส่วนของน้ำตาล ตวงเสร็จแล้วก็คนๆ พักไว้



ชาเขียวละลายน้ำค่ะ ใส่สีผสมอาหารเลยก็ได้มั้ง

เนยพักไว้ให้นุ่ม (อันนี้นุ่มเกิน เผลอทิ้งไว้นานเกินไปแน่ๆเลยค่ะ ละลายเป็นน้ำมันเลย บ้านเราร้อนเว่อร์) ตีเลยค่ะ อย่ารอช้า



เติมน้ำตาลทีละน้อย ตีไปเรื่อยๆ แล้วก็เติมพุดดิ้ง ตีจนเข้ากันดี



ตามด้วยไข่ทีละฟองค่ะ ต่อจากนั้นก็สีเขียว เพื่อความสวยงาม ^^ (ซื้อแบบเขียวขี้ม้ามา เขียวซอท์ฟๆดีค่ะ)



ตามด้วยส่วนผสมของแป้ง คนตะล่อมๆ เบาๆ จนแป้งหมด



ตามด้วยช๊อคชิพเลยค่ะ ตะล่อมๆ ต่อจนเข้ากันดี

โปะๆ แจะๆ ตามมีตามเกิด บนถาดเลยค่ะ (เค้าว่าถ้ามีที่ตักไอติมจะง่ายนะคะ ไปดูมาแล้ว อันตั้งหลายร้อยแหน่ะ ขอเก็บตังค์ก่อนนะคะ – -")
อ้อ! บ้านใครร้อนเหมือนบ้านเรา โยนเข้าตู้เย็นไปซักแป๊ป จะจัดการง่ายขึ้นหน่อยค่ะ

555 อบไปอบมามันฟูมาจุ๊บกันซะงั้น บวมเชียวค่ะ เดี๋ยวคนกินก็จะบวมเช่นกัน ^^

ขออีกรูป กับท่าบังคับ ^^ (กำลังจะล้มเลยค่ะ ไม่ได้ถ่ายง่ายๆนะคะเนี่ย อิอิ)
พอไหวมั๊ยค่ะ ถ้าไม่กล้าชิมอันนี้ นี่เลยค่ะ ต้นตำรับ (ลงให้อีกที)
 "Award
Winning Soft Chocolate Cookies"

Happy Cookies Cooking ค่ะ

Choc-ChocChip & Muesli Cookies

Choc-ChocChip & Muesli Cookies

ช่วงนี้รู้สึกจะขยันทำขนมเป็นพิเศษ ไม่รู้อะไรดลใจ ^^ อบคุ๊กกี้คราวนี้ ลืมซื้อถั่วมาค่ะ เลยลองใส่มูสลี่แทน ใช้ได้ดีทีเชียว คุ๊กกี้แต่ละชิ้นรสชาติเป็นตัวของตัวเองดีค่ะ บางชิ้นมีกล้วย บางชิ้นลูกเกด บางอันข้าวโอ๊ต กินสนุกดีนะคะ

ส่วนผสมคราวนี้
– แป้งอเนกประสงค์ ๒ ๑/๔ ถ้วย
– ผงโกโก้ ๒ ช้อนโต๊ะ
– ผงฟู ๑/๒ ช้อนชา
– เกลือ ๑/๔ ช้อนชา
– เนยเค็ม ๑/๒ ถ้วย (ครึ่งก้อน)
– น้ำตาลทรายขาว
๓/๔ ถ้วย
– น้ำตาลทรายทราย ๑/๒ ถ้วย (อัดแน่น)

– ไข่ ๑ ฟองโต
– วานิลา ๑ ช้อนชา
– มูสลี่ ๓/๔ ถ้วยตวง
– ดาร์กช๊อคชิพ ๑ ถ้วยตวง


ร่อนแป้ง ผงโกโก้ ผงฟู และเกลือ พักไว้


มูสลี่กับชอล็คชิพ แช่เย็นไว้ก่อนค่ะ จะได้ผสมง่ายๆในเมืองร้อนๆอย่างบ้านเรา ส่วนไข่กับวานิลาคนๆให้เข้ากัน


เนยครึ่งก้อน ทิ้งไว้ให้นิ่ม แล้วตีเลยค่ะ


เติมน้ำตาลทั้ง ๒ ชนิดทีละนิด ทีละหน่อย ตีไปเรื่อยๆค่ะ แล้วก็เติมส่วนผสมของไข่


ต่อด้วยส่วนผสมของแป้ง เปลี่ยนมาตะล่อมด้วยมือเบาๆ แล้วตามด้วยช๊อคชิพ กับมูสลี่ค่ะ


เข้ากันดีแล้วก็ตักวางบนถาดที่ปูด้วยกระดาษไข เกลี่ยๆหน่อย (ไม่ต้องทาเนยก็ได้นะ แซะออกตอนร้อนๆ ไม่ติดค่ะ)


อบที่ 175’c ประมาณ ๑๐ นาที (จับตาดูถาดแรกค่ะ จะได้รู้ว่าใช้เวลาแค่ไหน แต่ละเตาอบไม่เหมือนกัน) แซะออกตอนร้อนๆ พักบนตระแกรงจนเย็น ก็เรียบร้อย

คุ๊กกี้นี่… ถ้ามีเตาอบใหญ่ๆหน่อย ก็ไม่ยุ่งยากอะไรเนอะ เสียเวลาตอนอบนี่แหละ เตาเล็ก อบหลายหนหน่อยค่ะ – –

อ้อ! อย่าเผลอเอามากินหน้าคอมนะคะ ไม่งั้นมดจะย้ายมาอยู่ใต้คีบอร์ดเรา กว่าจะไล่ไปได้ หุหุ

Creamy Tuna & Black Olive Fusilli (Pasta) :: เจ้าโปเต้ผัดซอสครีมทูน่ามะกอกดำ

Creamy Tuna & Black Olive Fusilli (Pasta) :: เจ้าโปเต้ผัดซอสครีมทูน่ามะกอกดำ

วันนี้ตื่นแต่เช้าตรู่เลยค่ะ สับสนและงุนงง หันหน้าหันหลัง หันรีหันขวาง หันไปหันมา ท้องก็ร้องเจี๊ยกๆ ^^ ทำอะไรหนุกๆกินดีกว่า ของอย่างงี้มันต้องฉลอง! … จริงๆเมนูนี้ว่าจะเก็บไว้ทำเสาร์ อาทิตย์ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอาวันนี้เลยดีกว่าค่ะ

ส่วนผสมพาสต้าวันนี้มีดังนี้ค่ะ
– เส้นพาสต้า วันนี้ลองเส้น Fusilli ดูค่ะ ทั้งห่อ ๕๐๐ กรัม
– ปลาทูน่า ๒ กระป๋อง (พอดีวันนี้มีแบบในน้ำแร่ กับในน้ำเกลืออย่างละกระป๋องค่ะ)
– ต้นหอมญี่ปุ่น ๑ แพ๊ค
– หอมซุป ๓ หัว
– มะกอกดำ ๑๐ กว่าลูก
– เบคอนแพ๊คเล็ก (แล้วแต่งบชอบค่ะ)
– พาเมซานชีสขูด (แล้วแต่ชอบค่ะ)
– วีปครีม ๑ กล่อง
– พาสเล่ย์ ๑ แพ๊ค
– ไทม์ ๑ แพ๊ค
– กระเทียม ๑ กำมือ
– เนยนิดหน่อย (ใช้ต้มเส้น)
– น้ำมันมะกอก
– ปรุงด้วยพริกไทย และเกลือ


(กว่าจะครบ ถ่ายแล้ว ถ่ายอีก) เริ่มด้วยการล้าง หั่น สับ ซอยส่วนผสมก่อนเลยค่ะ (เสียเวลานั่งเด็ดใบไทม์ตั้งนาน ใบเล็กจิ๊ดนึง – -)


ทอดเบคอนจนเหลืองกรอบค่ะ ไม่ต้องใส่น้ำมันเลย ออกมาเพียบอีกต่างหาก เอาออกให้หมดค่ะ แล้วพักไว้


เริ่มผัดน้ำมันมะกอกกับหัวหอม พอหัวหอมเราสุก ก็ผัดต้นหอมต่อ (ใครชอบกินสดๆหน่อย ใส่ตอนหลังนะคะ พอดีว่าชอบเละๆ ขอใส่ตั้งแต่ต้นเลยละกันนะ)


ตามด้วยทูน่า ใส่น้ำลงไปด้วยค่ะ หอมดี แล้วก็ตามด้วยมะกอกดำกับกระเทียม


ผัดให้ต้ยหอมสุกแล้วเติมวี๊ปครีมค่ะ ตามด้วยน้ำ ๑ ถ้วย แล้วปรุงรสด้วยเกลือ และ พรกไทยดำบดสดๆ


ตามด้วยพาสเล่ย์และไทม์ ชิมให้รสเข้มหน่อย แล้วตั้งทิ้งไว้บนไฟอ่อนๆค่ะ


หม้ออีกใบต้มน้ำ เติมเกลือ พอน้ำเดือด ใส่เส้นลงไปต้ม ใส่เนย เริ่มจับเวลาค่ะ (ชอบเส้นหนึบๆหน่อย ให้ลบเวลาออกสัก ๑-๒ นาทีค่ะ) พอเส้นได้ที่แล้ว เดรนน้ำออกค่ะ


ปิดไฟหม้อครีมแล้วใส่เส้นลงไปคลุกค่ะ ตามด้วยชีสแล้วคลุกๆอีกนิดหน่อย


ส่วนนี้เอาไว้โรยตอนจะกินนะคะ (เพิ่มความสวยงามและ texture ให้อาหารเรา) ไม่รอช้า ตักใส่จาน โรยชีส โรยเบคอน หมุนๆพริกไทยลงไปหน่อย พร้อมเสริฟค่ะ :")

วันนี้ได้สนุกและอิ่มกับพาสต้าอีก ๑ มื้อค่ะ ใครไม่กลัวชีส จะรับสักจานมั๊ยค่ะ